0

IP Tester

2015-01-16 11:35:30 ใน Article บทความ » 0 2259 Network Performance Testing
       เนื่องจากปัจจุบันการติดต่อสื่อสารถือว่าเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นมากขึ้นเรื่อยๆ โดยถ้าเราต้องการการเชื่อมต่อที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยระหว่าง Network บริการที่ดีที่สุดคือ การเช่าสายสัญญาณ (leased line) ซึ่งจะทำการเชื่อมต่อระบบเน็ตเวิร์คของเราด้วยการใช้สายสัญญาณตรงสู่ปลายทาง ทำให้มีความปลอดภัยสูงเพราะไม่ต้องมีการใช้สื่อกลางร่วมกับผู้อื่น และมีความเร็วคงที่ แต่การเช่าสาสัญญาณนั้นข้อเสียคือ ค่าใช้จ่ายในการใช้บริการนั้นสูงมาก เมื่อเทียบกับความเร็วที่ได้รับ ซึ่งบริษัทขนาดเล็กนั้นคงไม่สามารถทำได้
         เทคโนโลยี VPN ได้เข้ามาเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง เนื่องจากได้ใช้สื่อกลางคือ Internet ที่มีการติดตั้งอยู่อย่างแพร่หลายเข้ามาสร้างระบบเน็ตเวิร์คจำลอง โดยมีการสร้างอุโมงค์ข้อมูล (Tunnel) เชื่อมต่อกันระหว่างต้นทางกับปลายทาง ทำให้เสมือนว่าเป็นระบบเน็ตเวิร์คเดียวกัน สามารถส่งข้อมูลต่างๆที่ระบบเน็ตเวิร์คทำได้ โดยข้อมูลที่ส่งนั้นจะถูกส่งผ่านไปในอุโมงค์ข้อมูล ทำให้มีความปลอดภัยสูง ใกล้เคียงกับ leased line แต่ค่าใช้จ่าในการทำ VPN นั้นต่ำกว่าการเช่าสายสัญาณมาก
       ดังนั้นจำเป็นต้องมีการทดสอบประสิทธิภาพของระบบรวมทั้งการส่งต่อข้อมูลของอุปกรณ์ในระบบจะมีผลโดยตรงกับคุณภาพของสัญญาณที่ผ่านโครงข่าย การทดสอบประสิทธิภาพของการรับส่งข้อมูลของโครงข่ายตามมาตรฐาน RFC-2544 ประกอบด้วยหัวข้อการทดสอบดังนี้
  • Troughputเป็นการทดสอบเพื่อหาความสามารถสูงสุดของโครงข่ายในการรับส่งข้อมูลโดยไม่เกิดการสูญเสียของข้อมูล (Frame loss) เนื่องจาก Applications บางชนิดเช่น Voice และ Video/ Conference มีความอ่อนไหวกับการเกิด Packet Loss มากกว่า  Data เช่น  web และ mail เป็นต้น ผลการวัดจะแสดงในหน่วย Bit/Second  เช่น การทดสอบโครงข่าย 1Gbps ว่าสามารถรับส่งข้อมูลได้ 1 Gbps จริงหรือไม่
  •  Frame Lossเป็นการทดสอบเพื่อหาจำนวน Packet loss ที่ส่งผ่านโครงข่ายหรืออุปกรณ์ เพื่อให้ทราบความสามารถของการส่งต่อข้อมูลในโครงข่าย ทำให้สามารถกำหนด profile การใช้งานที่เหมาะสมกับแต่ละ Applications ได้อย่างถูกต้อง
  •  Latencyเป็นการทดสอบเพื่อหาเวลาที่ใช้ในการส่งข้อมูลผ่านโครงข่ายและอุปกรณ์  ความล่าช้าหรือระยะเวลาของการรับส่งข้อมูลอาจเนื่องจากการออกแบบเน็ตเวิร์ค  Routing  และระยะทาง   รวมทั้งจากการประมวลผลของอุปกรณ์เอง การทดสอบ Latency ทำให้ผู้ให้บริการสามารถออกแบบเน็ตเวิร์คให้เหมาะสมกับการใช้งานได้ เช่น การเลือก Backup link และ Recovery algorithm ที่เหมาะสม
  • Back to Backการทดสอบ Back to Back เป็นการหาความสามารถสูงสุดของโครงข่ายและอุปกรณ์ในโครงข่ายว่าสามารถรับ Frame ข้อมูลที่ถูกส่งแบบต่อเนื่อง(Burst Traffic)ได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจำเป็นในการออกแบบอุปกรณ์ที่ใช้งานกับ  Delay sensitive application เช่น VoIP , Gateway เป็นต้น
การทดสอบระบบ Core Network

                                               

ตัวอย่างผลการทดสอบ

                                                  

                                                   

อุปกรณ์การทดสอบ
Hand-held Performance Test
 
         เครื่องมือทดสอบ EXFO FTB-1 สามารถทดสอบการเข้าถึงขอมูลของลูกค้าจากด้าน  Access Network เช่นการทดสอบ RFC2544, Ethernet BERT, Service Disruption Time(Switch fail over time เวลาที่Linkขาดและใช้เส้นทางสำรองแทน) เพื่อวัดคุณภาพการให้บริการ ตัวอย่างผลที่วัดได้แก่ Througput, Frame lost, Latency(delay), Jitter สามารถกำหนด Header ของ Frame ได้แก่ VLAN, Q-in-Q, MPLS และวิเคราะห์ผลได้ 10 stream  รวมทั้งแสดงผลรายงานในรูปแบบกราฟ

                        



บทความโดย
คุณนารีรัตน์  สุวธรรมานนท์
ผูจัดการฝ่ายยเทคนิค